Select Page

การเล่นคาสิโนออนไลน์ การพึ่งพาสูตรอาจเป็นเงื่อนไขที่ดีในการกู้วิกฤตและพลิกเกมให้ดีขึ้นได้ วิธีใช้สูตรมาร์ติงเกล และ “สูตร n+1” คือวิธีที่ดีที่สุดรูปแบบหนึ่งในการเอาชนะคาสิโน ซึ่งทุกคนสามารถเข้าร่วม ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี ก่อนจะใช้งานจริงได้บนเว็บตรง ทั้งสองสูตรนี้คืออะไร? สามารถใช้งานได้จริงมากน้อยแค่ไหน? บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยได้ไม่มากก็น้อย

บาคาร่าออนไลน์ วิธีใช้สูตรมาร์ติงเกล (Martingale)

สูตรมาร์ติงเกล (Martingale) เป็นสูตรเดินเงิน คาสิโน ที่เน้นวางแผนให้การเล่นเกมในแต่ละรอบทำเงินได้จริง ผ่านการวางเงินเดิมพันแบบทบยอดให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ทีละ 1 ตัวเท่า (เงินจำนวนเดิมคูณด้วย 2) ในช่วงระยะเวลา 5 เกม สูตรนี้มีจุดแข็งสำคัญคือทุกๆ 5 เกม หากแพ้มาตลอด 4 เกมแรก จะสามารถทวงเงินพนันที่เสียไปทั้งหมดได้หากชนะบาคาร่าในเกมที่ 5 ได้สำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น

  • เกมที่1 วางเงินเดิมพัน 10 บาท รวมเงินพนันทั้งหมด 10 บาท
  • เกมที่2 วางเงินเดิมพัน 20 บาท (10*2) รวมเงินพนันทั้งหมด 30 บาท (10+20)
  • เกมที่3 วางเงินเดิมพัน 40 บาท (20*2) รวมเงินพนันทั้งหมด 70 บาท (10+20+40)
  • เกมที่4 วางเงินเดิมพัน 80 บาท (40*2) รวมเงินพนันทั้งหมด 150 บาท (10+20+40+80)
  • เกมที่2 วางเงินเดิมพัน 160 บาท (80*2) รวมเงินพนันทั้งหมด 310 บาท (10+20+40+80+160)

สังเกตได้ว่าเงินพนันทั้งหมดในเกมที่ 1-4 มีค่าประมาณครึ่งหนึ่งของเกมที่ 5 ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนเงินเดิมพันที่วางไว้ในแต่ละเกมในเกมที่ 1-4 ซึ่งมีค่ารวมเป็นครึ่งหนึ่งเช่นเดียวกัน ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากการเพิ่มเงินพนันทีละ X2 นั่นเอง และสังเกตได้อีกว่าการเพิ่มเงินทีละเท่าตัวสามารถประยุกต์ได้กับทุกช่วงระยะ หากอยู่ในเงื่อนไขแพ้ติดต่อกันมากตลอดทุกเกม (Lose Streak) เพราะหากวางเงินเดิมพันในรอบต่อไปสูง 2 เท่าจากรอบที่แล้วไปเรื่อยๆ หากชนะในครั้งต่อไปได้สำเร็จ ก็เท่ากับได้เงินทุกบาทที่เสียไปทั้งหมดกลับคืนมานั่นเอง

วิธีใช้สูตรมาร์ติงเกล

สูตร n+1 คืออะไร? แตกต่างจากสูตรมาติงเกลยังไง?

สูตรบาคาร่า n+1 เรียกอีกชื่อหนึ่งคือ “ซูเปอร์ มาติงเกล” (Super Martingale) เป็นการเพิ่มมูลค่าเดิมพันที่สูงกว่าสูตรมาติงเกลปกติด้วย “สมการ n+1” ซึ่งเมื่อแทนค่าเงินเดิมพันที่ตั้งใจไว้เข้ากับสูตรนี้ ผลต่างของเงินเดิมพันที่เกิดขึ้นจึงมีค่าสูงกว่าอย่างชัดเจน โดยยังมีพื้นฐานหลักจากการเพิ่มเงินเดิมพันทีละ 1 เท่าตัว ยกตัวอย่างเช่น

กำหนดให้เงินเดิมพันในเกมแรก = 10 บาท **

ตัวแปรn = เงินเดิมพัน2 เท่าของเกมที่แล้ว โดยเริ่มต้นใช้ค่า n ตั้งแต่เกมที่ 2 ขึ้นไป **

ตัวแปร1 = เงินเดิมพันn หน่วย โดยมีค่าเท่ากับค่าเดิมของ n ในเกมแรกเสมอ (ในที่นี่เท่ากับ 10) **

  • เกมที่1 วางเงินเดิมพัน 10 บาท รวมเงินพนันทั้งหมด 10 บาท
  • เกมที่2 วางเงินเดิมพัน 30 บาท (10*2 + 10) รวมเงินพนันทั้งหมด 40 บาท (10+30)
  • เกมที่3 วางเงินเดิมพัน 70 บาท (30*2 + 10) รวมเงินพนันทั้งหมด 110 บาท (10+30+70)
  • เกมที่4 วางเงินเดิมพัน 150 บาท (70*2 + 10) รวมเงินพนันทั้งหมด 250 บาท (10+30+70+150)
  • เกมที่2 วางเงินเดิมพัน 310 บาท (150*2 + 10) รวมเงินพนันทั้งหมด 550 บาท (10+30+70+130+310)

สังเกตได้ว่าให้เงินเดิมพัน n จะตั้งต้นเท่ากับ 10 บาทในเกมแรก และด้วยเงื่อนไขตัวแปร n ในเกมถัดไปถูกใช้ด้วยค่า n+1 ก่อนจะมาบวกกับ 1 ซึ่งเป็นค่า n ที่เป็นค่าดั้งเดิมหรือ 10 บาทเสมอ สรุปคือเงินเดิมพัน n ในรอบล่าสุดจะมีค่าเพิ่มอีก 10 บาทหลังมีมูลค่าเป็น 2 เท่า ทำให้แต่ละรอบตัวเลข 10 บาทหรือตัวแปร n จำนวน 1 หน่วย คือ “ส่วนต่างสำคัญ” ที่ทำให้สูตร n+1 มีมูลค่าเดิมพันสูงกว่าสูตร Martingale เสมอนั่นเอง สมัครจีคลับ